Emulsion คืออะไร ทาแล้วช่วยอะไรบ้าง ใช้ตอนไหน

Emulsion คืออะไร ทาแล้วช่วยอะไรบ้าง ใช้ตอนไหน

Emulsion หรือกระบวนการที่ทำให้สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้อย่างการรวมกันของของเหลว 2 ชนิดเข้าด้วยกันได้ เช่น น้ำกับน้ำมัน วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ Emulsion พร้อมดูหลักการทำงานของว่าเป็นอย่างไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ทาผิวแล้วช่วยอะไรได้บ้าง ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน

ทำความรู้จัก! Emulsion คืออะไร

emulsion คืออะไร

Emulsion (อิมัลชัน) คือกระบวนการการผสมกันของของเหลวที่โดยปกติแล้วไม่สามารถผสมเข้ากันได้ตามธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น น้ำและน้ำมัน แต่สามารถผสมเข้ากันได้ด้วยสารช่วยทำให้เกิดอิมัลชันนั่นเอง

โดย Emulsion ทำหน้าที่หลักในการช่วยทำให้ของเหลวทั้งสองชนิดผสมเข้ากันและกระจายตัวในสภาพที่เสถียรได้ โดยที่ของเหลวทั้งสองไม่แยกออกจากกัน

หลักการทำงานของ Emulsion

หลักการทำงานของ Emulsion คือการผสมสารบางชนิดที่เรียกว่า Emulsifiers หรือ Surfactants ที่เป็นสารที่ช่วยทำให้น้ำและน้ำมันผสมกันได้ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว น้ำกับน้ำมันจะไม่สามารถผสมกันได้ เนื่องจากน้ำได้มีคุณสมบัติเป็น Hydrophilic ส่วนน้ำมันได้มีคุณสมบัติเป็น Lipophilic จึงทำให้ทั้งสองแยกออกจากกัน

โดยที่ Emulsifiers หรือ Surfactants จะมีสองส่วนคือส่วนที่ไปจับกับน้ำ Hydrophilic และส่วนที่ไปจับกับน้ำมัน Lipophilic และเมื่อใส่สารนี้ลงไปจะทำให้เกิดเป็น Emulsion ที่ไปลดแรงตึงผิวระหว่างน้ำกับน้ำมัน

ส่งผลทำให้ทั้งน้ำและน้ำมันไม่สามารถแยกออกจากกันได้ แต่สามารถรวมตัวกันในรูปแบบของหยดเล็ก ๆ ในสภาพที่เสถียร โดยมีโครงสร้างเป็นแบบไมโครหรือมิลลิไมโคร จึงช่วยทำให้กระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ จึงนิยมนำมาใส่ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ครีมบำรุง โลชั่น เป็นต้น

อิมัลชันมีประโยชน์อย่างไร

ประโยชน์emulsion

อิมัลชันมีประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเครื่องสำอาง สกินแคร์ ดูแลผิวพรรณ โดยมีประโยชน์ ดังนี้

  • ช่วยในการบำรุงผิว

อิมัลชันมีสารบำรุงจากน้ำมันและน้ำ จึงช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะผิว เนื่องจากอิมัลชันช่วยให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่าง ครีมหรือโลชั่น สามารถผสมสารบำรุงกับน้ำและน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ช่วยทำให้เนื้อสัมผัสดีขึ้น

อิมัลชันช่วยทำให้เนื้อสัมผัสของเครื่องสำอาง มีความเบาและเนียนขึ้นแต่ยังคงให้การบำรุงที่มีประสิทธิภาพอยู่ เช่น ครีมกันแดด เซรั่ม รวมถึงโลชั่น เป็นต้น

  • ไม่ส่งผลให้ผิวเกิดความมัน

Emulsion ที่ใช้เทคนิคน้ำมันกระจายอยู่ในน้ำ (Oil-in-Water) ซึ่งจะทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว และไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว

  • ช่วยป้องกันการแยกตัว

Emulsion เป็นตัวสำคัญที่ทำให้น้ำและน้ำมันแยกตัวออกจากกันในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น โลชั่น ครีมบำรุงผิว ซึ่งหากไม่มีอิมัลชันอาจทำให้ส่วนผสมทั้งสองแยกออกจากกันหากมีการเก็บไว้นาน ๆ

  • ส่งเสริมการกระจายตัว

Emulsion ช่วยทำให้น้ำกับน้ำมันผสมเข้ากันได้ และการทำงานร่วมกันของทั้งสองจะช่วยทำให้สารบำรุงต่าง ๆ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินต่าง ๆ กระจายตัวได้ดีในผลิตภัณฑ์ และช่วยให้ผิวนั้นรับการดูแลจากสารต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากจะถูกใช้งานในอุตสาหกรรมความงามอย่างมากแล้ว Emulsion ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย เช่น อุตสาหกรรมอาหารและยา

โดยอุตสาหกรรมอาหาร Emulsion มีส่วนช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสและรสชาติที่หลากหลาย เช่น น้ำสลัด ไอศกรีม มายองเนส และน้ำมัน เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่ละลายไขมันได้ดีขึ้นอีกด้วย

ส่วนในอุตสาหกรรมยา Emulsion ช่วยในการควบคุมการปล่อยสารออกฤทธิ์ได้อย่างช้า ๆ ทำให้ร่างกายมีการดูดซึมที่ดี และสามารถช่วยกระจายสารออกฤทธิ์ให้มีสภาพที่เสถียรอีกด้วย

Emulsion มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

ประเภท emulsion

Emulsion สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ๆ โดยแบ่งตามการกระจายตัวของน้ำและน้ำมันในระบบของ Emulsion เอง โดยสามารถแบ่งได้ ดังนี้

  1. น้ำในน้ำมัน (Water-in-Oil หรือ W/O)

ประเภทนี้จะเป็นการที่น้ำถูกกระจายตัวอยู่ภายในน้ำมัน โดยมีน้ำมันเป็นตัวหลักบรรจุอยู่ในหยดน้ำที่เล็กมาก ซึ่ง Emulsion ประเภทนี้จะมีลักษณะหนาแน่นและค่อนข้างมีความมัน จึงเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่เน้นการป้องกันผิวจากการสูญเสียน้ำ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เช่น ครีมทาผิวสำหรับคนผิวแห้ง ครีมกันแดด เป็นต้น

  1. น้ำมันในน้ำ (Oil-in-Water หรือ O/W)

ประเภทนี้มีน้ำเป็นตัวหลัก และมีน้ำมันกระจายในรูปแบบของหยดน้ำมันขนาดเล็ก ๆ ภายในน้ำ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์มีลักษณะเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ จึงเหมาะกับผิวที่ต้องการการบำรุงอย่างเบาบางและไม่ทิ้งความมันบนผิว โดยผลิตภัณฑ์ที่มักนิยมเช่น เซรั่มบำรุงผิว โลชั่น และครีมกันแดดแบบบางเบา เป็นต้น

  1. น้ำในน้ำ (Water-in-Water หรือ W/W)

ประเภทนี้มักจะพบในบางผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางหรืออาหาร โดยอาจจะประกอบด้วยน้ำสองชนิดที่มีความแตกต่างกัน เช่น น้ำที่มีส่วนผสมของสารละลายที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยในการกระจายตัวของสารละลายที่แตกต่างกัน เช่น การกระจายตัวของสารละลายละกษณะที่เป็นน้ำของอาหารหรือวิตามินต่าง ๆ

  1. น้ำมันในน้ำมัน (Oil-in-Oil หรือ O/O)

เป็น Emulsion ที่มักจะพบไม่ได้บ่อยนัก โดยมีน้ำมันหลายประเภทที่ถูกกระจายอยู่ในน้ำมันอื่น ๆ โดยมักจะพบลักษณะนี้ในการประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลน้ำมัน หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะทางอื่น ๆ

วิธีการเลือก Emulsion ให้เหมาะกับผิว

การเลือกใช้emulsion

วิธีการเลือก Emulsion ให้เหมาะสมกับผิว จะช่วยทำให้ผลลัพธ์ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิธีการเลือกให้เหมาะ ดังต่อไปนี้

  • ผิวมัน

ควรเลือก Emulsion ประเภทน้ำมันในน้ำ (Oil-in-Water หรือ O/W) เพราะเป็นผิวที่ต้องการการบำรุงโดยไม่ทิ้งความมัน แต่ยังต้องการความชุ่มชื้น โดยประเภทนี้จะมีเนื้อสัมผัสที่เบา ซึมซาบเร็ว และไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว

  • ผิวแห้ง

ควรเลือก Emulsion ประเภทน้ำในน้ำมัน (Water-in-Oil หรือ W/O) เพราะจะช่วยเคลือบผิวด้วยน้ำมัน รักษาความชุ่มชื้นให้ผิว และป้องกันการสูญเสียน้ำได้ดี จึงเหมาะกับการบำรุงผิวในสภาพอาการที่แห้งและหนาวเย็น

  • ผิวผสม

ผิวผสมมักจะมีความมันบริเวณ T-Zone และมีความแห้งบริเวณแก้ม ควรเลือก Emulsion ประเภทน้ำมันในน้ำ (Oil-in-Water หรือ O/W) เพราะจะช่วยให้ความชุ่มชื้นและไม่ทิ้งความมันที่มากเกินไป

  • ผิวแพ้ง่าย

ควรเลือก Emulsion ที่มีความบอบบางและอ่อนโยน ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีและน้ำหอม โดยสามารถเลือก Emulsion ประเภท น้ำในน้ำ (Water-in-Water หรือ W/W) ที่มีความอ่อนโยน ไม่หนักผิวมากเกินไป

  • ผิวมัน เป็นสิวง่าย

ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการบำรุงที่ไม่เพิ่มความมัน และต้องไม่ทำให้อุดตันในรูขุมขน ควรเลือกประเภท น้ำมันในน้ำ (Oil-in-Water หรือ O/W) ที่ไม่ทิ้งความมันไว้มาก และซึมซาบได้อย่างรวดเร็ว ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น ลดการเกิดการอุดตัน และช่วยลดการเกิดสิว

  • ผิวหมองคล้ำ และมีริ้วรอย

เป็นผิวที่ต้องการการบำรุงฟื้นฟูและปรับสภาพผิว ควรเลือก Emulsion ประเภทน้ำมันในน้ำ (Oil-in-Water หรือ O/W) เนื่องจากมักจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยฟื้นฟูผิวและช่วยลดริ้วรอย อีกทั้งยังช่วยให้ความชุ่มชื้นแก้ผิวได้ เช่น วิตามินซี หรือเปปไทด์

Emulsion ใช้ตอนไหนถึงจะมีประสิทธิภาพ

อิมัลชัน ควรใช้หลังจากที่ล้างหน้าอย่างสะอาดเสร็จแล้ว โดยเป็นช่วงที่ผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ การใช้ Emulsion จะช่วยทำให้เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจากการสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นไปจากการล้างหน้า และสามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น และมีเคล็ดลับว่าควรใช้ Emulsion ที่บางเบา ซึมซาบเร็วในตอนเช้า และใช้ Emulsion ที่มีความเข้มข้นสูงเพื่อบำรุงอย่างล้ำลึกในตอนกลางคืน

สรุป

Emulsion กระบวนการหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้ของเหลวผสมเข้ากันได้อย่างดี โดยเฉพาะน้ำกับน้ำมัน จึงทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นสามารถเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ อีกทั้งไม่ทำให้ผิวเหนียวเหนอะหนะ และที่สำคัญควรเลือกใช้ Emulsion ให้ตรงกับสภาพผิว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของผลลัพธ์

ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจดูแลผิวพรรณของตัวเองกันมากขึ้น การตามผู้บริโภคให้ทันถือเป็นหนึ่งสิ่งที่ช่วยยืนยันความประสบความสำเร็จของแบรนด์ หากใครที่สนใจอยากสร้างแบรนด์ที่แตกต่างและโดดเด่นด้วยนวัตกรรมอย่าง Emulsion แต่ไม่รู้จะไปหาใคร Dermageneration โรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง สกินแคร์ พร้อมพาแบรนด์ของคุณให้โดดเด่นและแตกต่าง ด้วยประสบการณ์และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล ให้ผลิตภัณฑ์ Emulsion ของคุณกลายเป็นที่ต้องการของตลาดในยุคใหม่นี้อย่างแน่นอน

หากสนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 063 081 0630 หรือ Line : @dermageneration และ Facebook : เดอร์มาเจเนอเรชั่น โรงงานรับผลิตครีม สกินแคร์ เครื่องสำอาง