บรรจุภัณฑ์ของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นอกจากจะเป็นสิ่งที่เอาไว้ป้องกันสินค้าให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้วนั้น บรรจุภัณฑ์ยังมีหน้าที่ในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสินค้าหรือแบรนด์ของเรา สร้างภาพจำ รวมถึงสร้างความแตกต่างที่ช่วยดึงดูดผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายของเราให้มาเลือกใช้สินค้าของเราได้ บทความนี้เราจะมาแนะนำ 10 วิธีในการเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ โดยจะมีวิธีอะไรบ้างตามไปหาคำตอบได้พร้อม ๆ กัน
บรรจุภัณฑ์ มีทั้งหมดกี่ลักษณะ? ลักษณะอะไรบ้าง?

บรรจุภัณฑ์นั้น โดยทั่วไปสามารถแบ่งลักษณะออกเป็น 3 ลักษณะหลัก ๆ ได้ดังนี้
1. บรรจุภัณฑ์ชั้นแรก
บรรจุภัณฑ์ชั้นแรก (Primary Packaging) คือ บรรจุภัณฑ์ขั้นสุดท้ายที่เป็นสิ่งที่ห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ หรือสิ่งที่ผู้บริโภคเห็นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ขวดเซรั่ม กระปุกครีม ซองครีม เป็นต้น
2. บรรจุภัณฑ์ชั้นใน
บรรจุภัณฑ์ชั้นใน (Secondary Packaging) คือ บรรจุภัณฑ์ที่ทำหน้าที่ในการห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ชั้นแรกไว้ เช่น กล่องใส่ขวดเซรั่ม กล่องใส่กระปุกครีม เป็นต้น
3. บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด
บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด หรือที่เรียกว่าบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Shipping Packaging) คือ บรรจุภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อนำมาใช้ในการขนส่งโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น ลังโฟมบรรจุ หีบไม้ เป็นต้น
10 วิธีการเลือกบรรจุภัณฑ์

เรามาดูวิธีการเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสินค้า หรือแบรนด์ ว่าการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ดีควรเป็นอย่างไร
1. เลือกจากลักษณะของผลิตภัณฑ์
ทำการประเมินลักษณะของผลิตภัณฑ์ว่ามีลักษณะอย่างไร เช่น หากเป็นของเหลว ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวด หรือหากผลิตภัณฑ์มีลักษณะหนืด ก็อาจจะเลือกบรรจุภัณฑ์เป็นแบบกระปุกได้
2. เลือกจากภาพลักษณ์ของแบรนด์ และกลุ่มเป้าหมาย

การคำนึงถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการศึกษาความต้องการ พฤติกรรม รสนิยมของกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้ออกแบบและดีไซน์บรรจุภัณฑ์ที่สามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้
3. เลือกจากวิธีการนำไปใช้งาน
บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาต้องสอดคล้องกับการใช้งานไม่เพียงแค่ความสวยที่ดึงดูดตาเพียงอย่างเดียว ต้องออกแบบให้สะดวกต่อการใช้งาน เช่น การจัดเก็บ การเปิด-ปิด รวมถึงความง่ายต่อการหยิบมาใช้งาน เป็นต้น
4. การเลือกวัสดุที่นำใช้เป็นบรรจุภัณฑ์
การเลือกวัสดุที่นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยวัสดุหลัก ๆ ที่นำมาทำ ได้แก่ แก้ว กระดาษ โลหะ และพลาสติก เป็นต้น โดยแต่ละวัสดุก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่จะนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ของเรา
5. ความคงทนของบรรจุภัณฑ์
ความคงทนของบรรจุภัณฑ์เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ นอกจากจะป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการขนส่งแล้ว การใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีความคงทนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ รวมถึงความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้
6. วิธีการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์

บรรจุภัณฑ์นอกจากจะต้องคงทนแล้ว ต้องคำนึงถึงการเก็บรักษาตัวผลิตภัณฑ์ด้วย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์คงคุณภาพไว้ โดยต้องมีการคำนึงถึง ความชื้น อุณหภูมิ รวมถึงไประยะเวลาในการเก็บรักษา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์คงคุณภาพมากที่สุด
7. การขนส่งและการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์
วิธีการเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงขนาด รูปทรง เพื่อความเหมาะสมในการขนส่ง รวมถึงวิธีการจัดเก็บ เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น และการประหยัดพื้นทั้งการขนส่งและการจัดเก็บ
8. ทดสอบประสิทธิภาพก่อนใช้งานจริง
ควรทดสอบประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์กับกลุ่มตัวอย่างของผู้ใช้งานก่อน เพื่อทดสอบความคงทน ความสะดวกในการใช้งาน ความสวยงาม และนำผลตอบรับมาปรับปรุงแก้ไขให้บรรจุภัณฑ์ตรงใจผู้ใช้มากที่สุด
9. บรรจุภัณฑ์ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดและกฎหมาย
บรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและยา รวมถึงเครื่องสำอาง ต้องผลิตตามข้อกำหนด กฎหมาย และมาตรฐานอุตสาหกรรมที่กำหนดไว้ ต้องมีการระบุข้อมูลอย่างครบถ้วน เพราะอาจจะโดนระงับ หรือฟ้องร้องได้หากให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
10. ราคาบรรจุภัณฑ์
ราคาบรรจุภัณฑ์สิ่งที่ต้องคำนึงไม่แพ้ข้ออื่น ๆ เพราะต้องนำมาคิดในส่วนของต้นทุนด้วย เพื่อให้กำไรของธุรกิจของเรานั่นมีความมั่นคง เพราะฉะนั้นก็ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย และราคาที่สมเหตุสมผลไม่กระทบต้นทุนมากเกินไป
บทสรุปการเลือกบรรจุภัณฑ์
การเลือกบรรจุภัณฑ์ เพื่อมาทำผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นั้นต้องคำนึงอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ความสวยงามน่าดึงดูด และต้องมีความคงทน รวมถึงราคาที่สมเหตุสมผลเพื่อที่จะไปทำให้ต้นทุนในการผลิตนั้นบานปลาย
สำหรับเจ้าผู้ประกอบการที่กำลังเลือกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างแบรนด์ครีม โรงงานผลิตครีม Dermageneration มีบริการครบวงจรตั้งแต่การคิดค้นสูตรเฉพาะแบรนด์ไปจนถึงการให้คำแนะนำในการเลือกบรรจุภัณฑ์เพื่อความแตกต่างในตลาดในยุคใหม่
ติดต่อทีมงานของโรงงานDermageneration Line : @dermageneration / โทร063 081 0630



