วิตามินซี คืออะไรช่วยอะไร

วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยอะไรได้บ้าง ? ทานยังไงให้ได้ผล ?

หลายคนอาจรู้จักชื่อนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ เลย เพราะถูกทำเป็นขนมให้กินเล่น ลักษณะเป็นเม็ดวงกลมหรือวงรี มีสีส้ม รสชาติเปรี้ยวหวาน แต่หารู้ไม่ว่าวิตามินซีไม่ใช่แค่ขนมทานเล่นสมัยเด็ก แต่Vitamin Cเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ทั้งช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งบทความนี้จะมาบอกถึงเรื่องที่น่ารู้ของวิตามินซี ว่าคืออะไร ? มีประโยชน์อย่างไร ? ควรรับประทานอย่างไรดี ? เป็นต้น

ทำความรู้จัก! วิตามินซี

วิตามินซี

วิตามินซี (Vitamin C) หรือ กรดแอสคอร์บิก คือสารในกลุ่มวิตามินที่ละลายน้ำได้ดี ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จึงต้องได้รับวิตามินอีมาจากแหล่งอื่น ๆ เช่น ในอาหารและอาหารเสริม มีหน้าที่ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์จากความเสียหายที่เกิดขึ้น ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ ทำให้แผลหายได้เร็วสมานแผลเร็วขึ้น และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของVitamin C มีอะไรบ้าง?

ประโยชน์วิตามินซี

วิตามินซี เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับแล้วจะมีประโยชน์ด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้น, เป็นสารที่คอยต้านอนุมูลอิสระ, ช่วยให้ร่างกายสดชื่น, ช่วยลดคลอเรสเตอรอลที่เป็นไขมันไม่ดี, ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน ป้องกันอาการเลือดออกตามไรฟัน และยังช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น

วิตามินซีไม่ได้ช่วยแค่เรื่องสุขภาพและภูมิคุ้มกันอย่างเดียว ยังช่วยเรื่องผิวโดยตรงอีกด้วย ประโยชน์ของวิตามินซีแก่ผิว มีดังนี้

  • ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส
    วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความเป็นกรด และยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ดังนั้นจึงสามารถช่วยเรื่องผลัดเซลล์ผิวเก่า แทนที่ด้วยเซลล์ผิวใหม่ ผิวจึงมีความกระจ่างใสเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ มีความปลอดภัยหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม
  • ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน
    วิตามินซีสามารถช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้ ทำให้ผิวดูเต่งตึง ริ้วรอยต่าง ๆ ตื้นขึ้น ผิวสุขภาพดีแลดูอ่อนเยาว์ลง
  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
    วิตามินซีมีสรรพคุณในการควบคุมความมันและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว ช่วยให้ผิวมีความฉ่ำวาว ไม่แห้งกร้านและไม่มันเยิ้มจนเกินไป
  • ช่วยกระชับรูขุมขน
    ด้วยคุณสมบัติในการควบคุมความมันบนใบหน้า ทำให้รูขุมขนลดการผลิตไขมันบริเวณต่อมไขมันใต้ชั้นผิว เมื่อรูขุมขนทำงานได้น้อยลง รูขุมขนจึงกระชับขึ้น ทำให้ผิวมีความเรียบเนียนเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
  • ช่วยลดรอยดำและรอยแดง
    วิตามินซีเป็นกรด จึงช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและยังช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจน ทำให้รอยดำหรือรอยแดงบนใบหน้า ดูจางลง สีผิวมีความสม่ำเสมอกันมากขึ้น

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น วิตามินซีมีประโยชน์มากมายทั้งด้านภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูร่างกาย และด้านผิวพรรณ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นการรับประทานวิตามิน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซี ก็ควรใช้ปริมาณตามที่ฉลากแนะนำเท่านั้น หากบริโภควิตามินซีเกินร่างกายรับไหว อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น เกิดการคลื่นไส้ ปวดเกร็งบริเวณท้อง และที่พบมากที่สุดคือ ท้องเสีย

วิตามินซีเหมาะกับใครบ้าง

วิตามินซี เหมาะกับใคร

วิตามินซี เหมาะกับการใช้กับทุกช่วงวัย โดยจะแบ่งเป็นตามวัย ดังนี้

  • วัยเด็ก: หรับผู้ที่ต้องการให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
  • วัยทำงาน: สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มพลังงาน ฟื้นฟูร่างกาย ลดเรือนริ้วรอย ให้ผิวดูกระจ่างใส
  • วัยผู้สูงอายุ: สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมภูมิต้านทาน ลดโอกาสการเกิดโรค ดูดซึมธาตุเหล็ก

ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวัน

ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวันจะแตกต่างกันไปตาม เพศ อายุ และสภาพร่างกาย ตามที่องค์กรอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) แนะนำว่าเพศชาย วัยผู้ใหญ่ ควรบริโภค 90 มิลลิกรัมต่อวัน และ เพศหญิง วัยผู้ใหญ่ ควรบริโภค 75 มิลลิกรัมต่อวัน โดยที่ไม่ควรบริโภคเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ท้องเสีย, คลื่นไส้ หรือปวดท้องเกร็งได้ หากต้องการกินเพื่อบำรุงผิว แนะนำให้กินประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

วิตามินซีที่มาจากธรรมชาติ มีอะไรบ้าง

วิตามินซีสามารถพบได้ทั่วไปตามผักและผลไม้ ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไปใกล้บ้านท่าน โดยจะยกตัวอย่าง 5 อันดับทั้งผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ดังนี้

ผักที่มีวิตามินซีสูง

ภาพรวมชนิดผักที่มีวิตามินซีสูง
  1. พริกหวาน – พริกหวานในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 80.4 มิลลิกรัม
  2. บรอกโคลี – บรอกโคลีในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 89.2 มิลลิกรัม
  3. ผักปวยเล้ง – ผักปวยเล้งในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 120 มิลลิกรัม
  4. ใบมะรุม – ใบมะรุมในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 141 มิลลิกรัม
  5. ผักคะน้า – ผักคะน้าในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 147 มิลลิกรัม

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

ภาพส้มผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
  1. ส้ม – ส้มในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 53.2 มิลลิกรัม
  2. สตรอเบอร์รี่ – สตรอเบอร์รี่ในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 58.8 มิลลิกรัม
  3. ลิ้นจี่ – ลิ้นจี่ในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 71.5 มิลลิกรัม
  4. ฝรั่ง – ฝรั่งในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 160 มิลลิกรัม
  5. มะขามป้อม – มะขามป้อมในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 276 มิลลิกรัม

วิตามินซี มีกี่ประเภท

วิตามินซี มีกี่ประเภท

ในปัจจุบันวิตามินซีถูกพัฒนาออกมาในหลายรูปแบบ มีปริมาณVitamin Cตั้งแต่ 25-1,000 มิลลิกรัม โดยมีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกัน

1. วิตามินซีประเภทอัดเม็ด

วิตามินซีประเภทอัดเม็ด จะมีปริมาณของวิตามินซีตั้งแต่ 25-1,000 มิลลิกรัม แต่ที่นิยมขายกันทั่วไปคือ ขนาด 500 และ 1,000 มิลลิกรัม ควรเลือกทานแบบที่ระบุที่ฉลากว่า Buffered, Slow release หรือ Sustained release เพื่อให้วิตามินซีละลายตัวช้า ๆ ร่างกายจะดูดซึมได้นานขึ้น เม็ดยาจะมีขนาดใหญ่ อาจกลืนลำบากในบางคน

2. วิตามินซีประเภทเม็ดอม

วิตามินซีประเภทเม็ดอม จะมีปริมาณของวิตามินซีตั้งแต่ 25-500 มิลลิกรัม มักใช้ในผู้ที่ไม่ชอบกินยาแบบเม็ด
แต่มีข้อสังเกตคือ วิตามินซีเป็นกรดจึงสามารถกัดกร่อนได้ การอมบ่อย ๆ อาจจะทำให้ฟันมีปัญหา เช่น ฟันผุ ฟันกร่อน เป็นต้น

3. Vitamin Cประเภทเม็ดเคี้ยว

วิตามินซีประเภทเม็ดเคี้ยว จะมีปริมาณของวิตามินซี 30 มิลลิกรัม มีรสหวานเปรี้ยวนิด ๆ เหมาะสำหรับเด็ก
สามารถทานได้ง่าย หากรับประทานในปริมาณมาก ๆ อาจเกิดฟันผุ

4. Vitamin Cประเภทเม็ดเคี้ยวฟู่

วิตามินซีประเภทเม็ดเคี้ยวฟู่ที่ขายทั่วไปจะมีปริมาณ 500 และ 1,000 มิลลิกรัม เหมาะกับผู้ที่กินยาเม็ดไม่ได้
หรือกลืนยาเม็ดใหญ่ลำบาก เมื่อใส่เม็ดฟู่ลงในน้ำแล้ว ควรรับประทานหลังจากฟองในน้ำหมด เพราะฟองที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดการแน่นท้องจนรู้สึกไม่สบายตัว

5. Vitamin Cประเภทแคปซูล

วิตามินซีประเภทแคปซูลมีวิตามินซีปริมาณ 500 มิลลิกรัม มีขนาดเล็กกว่าประเภทอัดเม็ด สามารถเลือกได้
ทั้งแบบแคปซูลแข็งและแคปซูลนิ่ม เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในการกลืนยา

6. วิตามินซีประเภทสารละลายสำหรับฉีด

วิตามินซีแบบฉีดมีปริมาณวิตามินซี 500 มิลลิกรัม มีปริมาตรประมาณ 2 มิลลิลิตร วิตามินซีประเภทฉีดควร
อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น และควรปรึกษากับแพทย์ก่อนฉีดทุกครั้ง ประเภทนี้ร่างกายจะสามารถซึมซับวิตามินซีได้ทันที เหมาะกับผู้ที่เป็นหวัดหรือผู้ที่อยู่ในช่วงดูแลผิว

การทานVitamin Cให้ได้ผลสูงสุด

  • พร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็น: ทานวิตามินซีพร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็น วิตามินซีจะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 2-3 ชั่วโมง ดังนั้นจึงควรรักษาระดับวิตามินซีในเลือดเข้าไว้
  • ช่วงเป็นหวัด: หากเป็นหวัดแนะนำให้รับประทานวิตามินซี 2 ครั้ง โดยทานครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม จะช่วยในการลดระดับ ฮิสตามีน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้น้ำมูกไหล น้ำมูกจึงไหลลดลงถึง 40%
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน: ควรรับประทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม เพื่อให้วิตามินเข้าไปต้านสารอนุมูลอิสระและการอักเสบของหลอดเลือด และยังช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น โรคไตวาย โรคหัวใจ เป็นต้น
  • ทานร่วมกับสารอาหารอื่นๆ:หากจะให้ดี ควรรับประทานวิตามินซีร่วมกับแมกนีเซียม แคลเซียม และไบโอฟลาโวนอยด์

ข้อควรระวังในการทานVitamin C

  1. ไม่ควรทานวิตามินซีขนาดเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรเข้าปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามินซี
  3. เด็กควรรับประทานวิตามินซีตามคำแนะนำของแพทย์
  4. ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามินซี
  5. ควรทานวิตามินซีพร้อมมื้ออาหาร เพราะวิตามินซีเป็นกรด อาจเกิดการระคายเคืองที่กระเพาะอาหารหากทานหลังมื้ออาหาร
  6. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยในการขับวิตามินซีส่วนเกินออกจากร่างกาย

ร่างกายขาดวิตามินซีจะเป็นอย่างไร

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ร่างกายไม่สามารถผลิตวิตามินซีได้ และเมื่อร่างกายไม่ได้รับวิตามินซีที่เพียงพอ จะทำให้เกิดอาการดังนี้

  • ร่างกายอ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยง่าย
  • ไม่สบายบ่อย เป็นภูมิแพ้อากาศ
  • ขี้ลืม สมองล้า คิดอะไรไม่ค่อยออก
  • ปวดหัวไมเกรน
  • ปลายมือปลายเท้ารู้สึกชา
  • ตาพร่ามัว
  • ผิวแห้งกร้าน ผิวหมองคล้ำ ดูโทรม
  • เมื่อเป็นแผล จะหายช้า
  • เป็นเลือดออกตามไรฟัน

สรุป

วิตามินซีมีประโยชน์มากมายหลายด้าน ทั้งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยชะลอวัย และยังช่วยบำรุงผิวได้อีกด้วย การใช้วิตามินซีควรใช้ในปริมาณที่พอดี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หากใช้เกินความต้องการของร่างกาย จะทำให้เกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ เช่น ท้องเสียหรือปวดเกร็งบริเวณท้อง เป็นต้น

Dermageneration เราคือโรงงานรับผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบ OEM ODM ตามมาตรฐาน GMP เรามีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการผลิตที่ทันสมัยและมีความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล พร้อมทั้งวางแผนทำการตลาด ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่นไม่แพ้แบรนด์อื่นในท้องตลาด เพื่อให้แบรนด์ของคุณสู่เป้าหมายที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ติดต่อ: 063 081 0630 LINE: @559drcmg

แหล่งอ้างอิงข้อมูลวิตามินซี

Vitamin C. ods.od.nih
https://ods.od.nih.gov/factsheets/VitaminC-HealthProfessional/

Vitamins and minerals. nhs.
https://www.nhs.uk/conditions/vitamins-and-minerals/vitamin-c/